ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
การวัดผล

ROAS คืออะไร คำนวณยังไง และควรมีค่าเท่าไหร่ถึงกำไร

โดย 22 กรกฎาคม 2569อ่าน 7 นาที
ROAS คืออะไร คำนวณยังไง และควรมีค่าเท่าไหร่ถึงกำไร

ROAS ย่อมาจาก Return On Ad Spend คือรายได้ที่ได้กลับมาต่อทุกบาทที่จ่ายค่าโฆษณา เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สุดตัวหนึ่งของการตลาดออนไลน์

สูตรคำนวณ ROAS

ROAS = รายได้จากโฆษณา ÷ ค่าโฆษณา เช่น จ่ายค่าโฆษณา 10,000 บาท ได้ยอดขาย 40,000 บาท ROAS = 4 หรือ 4 เท่า แปลว่าทุก 1 บาทที่ลงได้กลับมา 4 บาท

ROAS เท่าไหร่ถึงกำไร

ตัวเลขที่คุ้มขึ้นกับกำไรขั้นต้นของสินค้า ถ้าสินค้ามีมาร์จิน 25% จุดคุ้มทุนคือ ROAS 4 เท่า ถ้ามาร์จินสูงกว่า ROAS ที่ต่ำกว่าก็ยังกำไร ดังนั้นต้องรู้ต้นทุนสินค้าก่อนตั้งเป้า ROAS

ROAS ต่างจาก ROI ยังไง

ROAS วัดจากรายได้ต่อค่าโฆษณา ส่วน ROI วัดกำไรสุทธิเทียบกับต้นทุนทั้งหมด ROI จึงสะท้อนความคุ้มค่าจริงมากกว่า แต่ ROAS ใช้ optimize โฆษณาแบบเรียลไทม์ได้ง่ายกว่า

วิธีเพิ่ม ROAS ให้สูงขึ้น

  • ปรับปรุงหน้า Landing ให้ปิดการขายได้ดีขึ้น (เพิ่ม CVR)
  • ตัดคำค้นและกลุ่มเป้าหมายที่ไม่สร้างยอดขาย
  • เพิ่มมูลค่าตะกร้าด้วยการขายเพิ่มและขายพ่วง
  • ทำ Remarketing กับคนที่เกือบซื้อเพื่อดึงกลับมาปิด

จุดที่คนมองข้ามคือ ROAS ไม่ได้ขึ้นกับโฆษณาอย่างเดียว แต่ขึ้นกับหน้าเว็บและข้อเสนอด้วย บางครั้งการปรับหน้า Landing ให้ CVR เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็ดัน ROAS ได้มากกว่าการแก้ที่ตัวโฆษณา

ตั้งเป้า ROAS ให้เหมาะกับธุรกิจ

อย่าตั้งเป้า ROAS สูงเกินจริงจนโฆษณาแทบไม่แสดง หรือต่ำเกินจนขาดทุน ควรคำนวณจุดคุ้มทุนจากกำไรขั้นต้นก่อน แล้วตั้งเป้าให้สูงกว่าจุดนั้นในระดับที่ยังได้ปริมาณลูกค้าเพียงพอ ธุรกิจที่เน้นลูกค้าซื้อซ้ำอาจยอมรับ ROAS ครั้งแรกที่ต่ำได้ เพราะกำไรจริงมาจากการซื้อครั้งถัด ๆ ไป

คำนวณ Break-even ROAS ให้เป็น

จุดคุ้มทุน (Break-even ROAS) คือค่าที่ทำให้ไม่กำไรไม่ขาดทุนจากค่าโฆษณา คำนวณง่าย ๆ คือ 1 ÷ อัตรากำไรขั้นต้น เช่น ถ้าสินค้ามีกำไรขั้นต้น 40% จุดคุ้มทุนคือ 1 ÷ 0.40 = ROAS 2.5 เท่า แปลว่าต้องได้ยอดขายอย่างน้อย 2.5 เท่าของค่าโฆษณาถึงจะเริ่มมีกำไร ถ้ากำไรขั้นต้นต่ำอย่าง 20% จุดคุ้มทุนจะขยับขึ้นเป็น 5 เท่าทันที เห็นได้ว่าธุรกิจมาร์จินต่ำต้องทำ ROAS สูงกว่ามาก การรู้ตัวเลขนี้ช่วยให้ตั้งเป้าโฆษณาได้ตรงกับความจริงของธุรกิจ

อย่าลืมมูลค่าลูกค้าตลอดชีพ (LTV)

การดู ROAS เฉพาะการซื้อครั้งแรกอาจทำให้ตัดสินใจพลาด ถ้าธุรกิจของคุณมีลูกค้าซื้อซ้ำ เช่น อาหารเสริม คลินิกความงาม หรือบริการรายเดือน มูลค่าที่ลูกค้าหนึ่งคนสร้างตลอดชีพ (LTV) จะสูงกว่ายอดครั้งแรกมาก ในกรณีนี้คุณอาจยอมรับ ROAS ครั้งแรกที่ต่ำหรือแม้แต่เท่าทุน เพื่อให้ได้ลูกค้ามาก่อน แล้วทำกำไรจากการซื้อครั้งถัดไปผ่าน CRM และการทำ Remarketing คู่แข่งที่มองแค่ ROAS ครั้งแรกมักไม่กล้าประมูลสูงเท่าคนที่เข้าใจ LTV จึงเสียเปรียบในการแย่งลูกค้าคุณภาพ

อยากให้ทันใจดูแลการตลาดให้?

รับทำโฆษณาครบทุกช่องทาง Google, Facebook, TikTok และ LINE พร้อมติด Conversion Tracking และแยกค่าบริการจากงบโฆษณาชัดเจน — แอดไลน์ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

คำถามที่พบบ่อย

ROAS สูงแต่ทำไมยังขาดทุน?

เพราะ ROAS ไม่ได้หักต้นทุนสินค้าและค่าดำเนินงาน ควรดู ROI ควบคู่ และตั้งเป้า ROAS ให้สูงกว่าจุดคุ้มทุนที่คำนวณจากมาร์จินจริง

ควรดู ROAS รายวันหรือรายเดือน?

ดูแนวโน้มรายสัปดาห์ถึงรายเดือนเพื่อลดสัญญาณรบกวนรายวัน แต่ควรเฝ้าระวังรายวันเพื่อจับความผิดปกติได้ทัน