ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Google Ads

รับทำโฆษณา Google Ads ราคาเท่าไหร่? แยกค่าใช้จ่ายให้เห็นชัด

โดย 5 กรกฎาคม 2569อ่าน 7 นาที
รับทำโฆษณา Google Ads ราคาเท่าไหร่? แยกค่าใช้จ่ายให้เห็นชัด

ค่าใช้จ่าย Google Ads แบ่งเป็นสองส่วนหลักที่ควรแยกให้ชัด คือค่าโฆษณาที่จ่ายตรงให้ Google และค่าบริการดูแล ถ้าเข้าใจสองส่วนนี้จะประเมินงบและเลือกผู้ให้บริการได้ถูก

1. ค่าโฆษณา (จ่ายให้ Google)

เป็นเงินที่จ่ายเมื่อมีคนคลิกโฆษณา (CPC) ราคาต่อคลิกขึ้นกับการแข่งขันของคำค้น ตั้งแต่ไม่กี่บาทจนถึงหลักร้อยในธุรกิจที่แข่งสูง คุณกำหนดงบต่อวันได้เองและปรับได้ตลอด

2. ค่าบริการดูแล

คือค่าจ้างทีมหรือระบบที่ตั้งค่า ดูแล และ optimize แคมเปญ เอเจนซี่แบบดั้งเดิมมักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของงบ 15–30% ขณะที่ระบบแบบ self-serve อย่างทันใจไม่มี management fee แอบแฝง

ประเมินงบยังไงให้เหมาะ

  1. ตั้งเป้ายอดขายหรือจำนวนลูกค้าที่ต้องการต่อเดือน
  2. ประเมิน CPC โดยเฉลี่ยของคำค้นในธุรกิจคุณ
  3. คำนวณย้อนกลับจากอัตราปิดการขายเป็นงบที่ควรใช้
  4. เริ่มจากงบทดสอบแล้วค่อยเพิ่มเมื่อเห็น ROAS ที่คุ้ม

ตัวอย่างการคำนวณงบจากเป้ายอดขาย

สมมติคุณอยากได้ลูกค้าใหม่เดือนละ 50 ราย อัตราปิดการขายจากคนที่ทักคือ 20% แปลว่าต้องมีคนทัก 250 ราย ถ้าค่าโฆษณาต่อการทักหนึ่งครั้ง (CPA ระดับ Lead) อยู่ที่ 80 บาท งบที่ควรเตรียมคือราว 20,000 บาทต่อเดือน การคำนวณย้อนกลับแบบนี้ทำให้ตั้งงบจากเป้าหมายจริง ไม่ใช่ตั้งลอย ๆ

สิ่งที่ทำให้ค่าโฆษณาแพงหรือถูก

  • การแข่งขันของคำค้น — คำที่คนแย่งกันประมูลมาก CPC ยิ่งสูง
  • Quality Score — โฆษณาและหน้าเว็บที่ตรงคำค้นทำให้จ่ายถูกลง
  • ช่วงเวลาและพื้นที่ — บางช่วงและบางจังหวัดแข่งกันสูงกว่า
  • ประเภทอุปกรณ์ — มือถือกับคอมพิวเตอร์อาจมีต้นทุนต่างกัน

จุดที่คุมได้มากที่สุดคือ Quality Score เพราะการทำโฆษณาและ Landing Page ให้ตรงกับคำค้นช่วยลด CPC ได้จริงโดยไม่ต้องลดคุณภาพทราฟฟิก

ระวังการคิดราคาที่ไม่โปร่งใส

ผู้ให้บริการบางรายรวมค่าโฆษณากับค่าบริการเป็นก้อนเดียว ทำให้คุณไม่รู้ว่าเงินไปเป็นค่าโฆษณาจริงเท่าไหร่ ควรเลือกบริการที่แยกสองส่วนนี้ชัดเจนและให้คุณเห็นบัญชี Google Ads ของตัวเอง เพื่อความโปร่งใสและเป็นเจ้าของข้อมูลเอง

ค่าใช้จ่ายแฝงที่มักถูกลืมตอนคิดงบ

นอกจากค่าโฆษณาและค่าบริการดูแลแล้ว ยังมีต้นทุนที่หลายคนไม่ได้นับตอนวางแผน ซึ่งถ้ามองข้ามอาจทำให้ประเมินความคุ้มค่าผิด

  • ค่าทำ Landing Page หรือปรับหน้าเว็บให้ปิดการขายได้ดีขึ้น
  • ค่าผลิตครีเอทีฟ ภาพ หรือวิดีโอสำหรับ Display และ YouTube
  • ค่าเครื่องมือเสริม เช่น ระบบ Call Tracking หรือ CRM เก็บ Lead
  • เวลาของทีมภายในที่ต้องรับสายและตอบแชทที่วิ่งเข้ามา

ต้นทุนเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าไม่คุ้ม แต่ควรนับรวมเพื่อคำนวณ ROI จริง ไม่ใช่ดูแค่ค่าโฆษณาต่อ Lead อย่างเดียว

งบเดือนแรกควรตั้งเท่าไหร่

เดือนแรกคือช่วง "เก็บข้อมูล" ไม่ใช่ช่วงเร่งกำไร ควรตั้งงบที่มากพอให้ระบบเรียนรู้ได้ (โดยทั่วไปควรได้ Conversion อย่างน้อย 15–30 ครั้งต่อเดือนต่อแคมเปญ) แต่ก็น้อยพอที่รับความเสี่ยงได้หากบางคำค้นยังไม่เวิร์ก คำแนะนำคือตั้งงบทดสอบราว 1 เดือน แล้วใช้ข้อมูลจริงจากเดือนนั้นตัดสินใจว่าจะเพิ่ม ลด หรือย้ายงบไปคำค้นกลุ่มไหน การเริ่มจากข้อมูลจริงดีกว่าการเดางบจากความรู้สึกเสมอ

อยากให้ทันใจดูแลการตลาดให้?

รับทำโฆษณาครบทุกช่องทาง Google, Facebook, TikTok และ LINE พร้อมติด Conversion Tracking และแยกค่าบริการจากงบโฆษณาชัดเจน — แอดไลน์ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

คำถามที่พบบ่อย

จ่ายค่าบริการแบบเปอร์เซ็นต์หรือเหมาจ่ายดีกว่า?

ขึ้นกับขอบเขตงานและระดับการดูแล แบบเปอร์เซ็นต์เพิ่มตามงบ ส่วนแบบเหมาจ่ายคาดการณ์ต้นทุนได้ง่ายกว่า ทันใจใช้ค่าบริการคงที่รายเดือนและแยกงบโฆษณาออกจากค่าบริการ

ควรเป็นเจ้าของบัญชี Google Ads เองไหม?

ควรอย่างยิ่ง เพราะบัญชีคือสินทรัพย์ที่เก็บประวัติและข้อมูลการเรียนรู้ของแคมเปญ ถ้าใช้บัญชีของเอเจนซี่แล้วเลิกจ้าง คุณอาจเสียข้อมูลทั้งหมดไป

งบน้อยยิง Google Ads ได้ผลไหม?

ได้ ถ้าโฟกัสคำค้นแคบที่ตรงกลุ่มและมี Landing Page ที่ดี งบน้อยแต่ยิงตรงมักคุ้มกว่างบมากแต่กระจาย